วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

รู้ทันพนักงานเคลม


สำหรับผู้ที่ซื้อรถใหม่ หลายๆคนคงต้องทำประกันรถยนต์กันทั้งนั้น ปัจจุบันนี้ ผู้ใช้รถยนต์โดยทั่วๆไป ที่ทำประกันภัยรถยนต์ แล้วคงไม่อยากจะเจอกับพนักงานเคลมของบริษัทฯประกันภัยเป็นแน่แท้ เพราะถ้าเจอแล้วบางท่านที่ไม่มีประสบกราณ์ตอนรถชนกัน อาจไม่ทราบเลยว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะถูกขออธิบายให้ท่านทราบ ถึงลักษณะของอุบัติเหตุตามอาชีพที่พวกเราเรียกเขาว่า พนักงานเคลม ก่อนว่าโดยทั่วๆไปแล้วคนในอาชีพเคลม

แบ่งลักษณะการเกิดเหตุ ออกเป็นลักษณะใดบ้าง หลักๆดังนี้

ลักษณะที่ 1 เคลมแห้ง หมายถึง เคลมที่รถเกิดเหตุมานานแล้ว เพิ่งมาแจ้งเหตุ เช่น แผลขูดขีด เป็นต้น

ลักษณะที่ 2 เคลมสด หมายถึง เคลมที่รถชนกันสดๆ และยังมีผู้เสียหายในเหตุกราณ์รออยู่

ลักษณะที่ 3 เคลมเสียหายมาก หมายถึง เคลมที่จะเกิดขึ้นสดๆ หรือเกิดขึ้นนานแล้วแต่เสียหายมากเพิ่งมาแจ้งเหตุ เช่น รถเสียหายจนขับไม่ได้ นานมาแล้วเป็นอาทิตย์เพิ่งมาแจ้งเหตุ เป็นต้น

ซึ่งในภาคธุรกิจประกันวินาศภัย ปัจจุบันมีทั้งบริษัทฯต่างชาติและบริษัทฯ ที่มีธุรกิจที่เอื้อประโยชน์กันเข้าแข่งขันในการครองตลาดรถอยู่มาก ผู้บริโภคจึงไม่อาจจะเลือก โดยเสรีทางความคิดได้หมด เพราะส่วนมากไฟแนซ์ก็เป็นผู้เกือบจะบังคับให้ตามโปรแกรมการขาย ซะเป็นส่วนมาก (ไม่รวมรถที่ซื้อเงินสด) จึงไม่รู้เลยว่า บริษัทประกันภัยที่เขาเลือกให้เรานั้น ได้มาตราฐานหรือจัดให้ตามประโยชน์ที่ เซลขายรถหรือมารเก็ตติ้งของไฟแนนซ์ จะได้รับพนักงานเคลมมีหน้าที่ออก ตรวจสอบอุบัติเหตุ โดยเร็วที่สุดและบันทึกรายงาน ถ่ายภาพ ที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบรูณ์ที่สุด เพื่อเข้าเป็นรายงานแฟ้มอุบัติเหตุต่างๆ นี่ก็คือ หน้าที่หลักโดยทั่วไป ซึ่งจากสถิติการเกิดเหตุ โดยทั่วๆไปแล้ว เรื่องที่จะมีปัญหากับท่านผู้อ่านก็คือ แจ้งเคลมแห้ง เพราะในสัญญาประกันภัยได้ระบุไว้ว่าหากเกิดเหตุไม่ทราบคู่กรณี ท่านก็จะต้องถูกเก็บค่าเงื่อนไขไม่ทราบคู่กรณี ยกเว้นเสียแต่ว่าท่านจะพิสูจน์ให้บริษัทฯประกันทราบว่า ท่านไม่ได้เป็นฝ่ายถูกละเมิด(ฝ่ายถูก)จากผู้อื่นแล้วไปเรียกเก็บ ค่าเสียหายเข้ากระเป๋าของตนซะเองไปแล้ว

ฉะนั้นเวลารถของท่านเสียหายไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตามท่านจะต้องโทรศัพท์ แจ้งเหตุไปที่บริษัทฯประกันในทันทีและต้อง ขอหมายเลขรับแจ้งและชื่อสกุลของพนักงานรับแจ้งไว้เป็นหลักฐานด้วยทุกครั้งเพราะพนักงานรับแจ้งเหตุนั้น จะช่วยแนะนำท่านในสิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปเช่น ถูกชนแล้วหลบหนีไปต่อหน้าต่อตาจะทำอย่างไรทะเบียนรถที่ชนก็จำไม่ได้อีกซะเลย เป็นต้นพนักงานเคลม บางท่านจะนำประโยชน์ในสัญญาประกันภัย มาเก็บค่าเงื่อนไขท่าน ซึ่งหากท่านคิดว่าจ่ายไปด้วยความถูกต้องแล้วก็ควร ขอใบเสร็จรับเงินจากบริษัทฯที่ท่านทำประกันไว้เป็นหลักฐานด้วยทุกครั้ง

สิ่งสำคัญหากท่านขับรถชนกับรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันภัยและรถของท่านเป็นฝ่ายถูกแล้ว ท่านควรตรวจสอบกลับไปที่บริษัทฯประกันภัยที่ท่านทำประกันทุกครั้ง ว่าตามรายงานอุบัติเหตุรถของท่านเป็นฝ่ายถูกจริงหรือ ไม่ควรคุยกับระดับหัวหน้างานของบริษัทฯนั้นๆ เพราะถ้าเป็นฝ่ายถูกท่านจะได้รับส่วนลดประวัติดีในปีต่อไป ธุรกิจประกันวินาศภัยในบ้านเรา(เมืองไทย) ยังคงต้องพัฒนายกระดับมาตราฐานขึ้นอีกมาก พนักงานเคลมบางบริษัทฯมีจริงๆไม่กี่คน นอกนั้นจะต้องจ้างบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ แปลเป็นไทยว่า บริษัทรับสำรวจภัย ซึ่งมีหน้าที่รับจ้างทำเคลมให้กับบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่แจ้งเหตุเข้ามา ซึ่งบางบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ก็ไม่มีสาขา เรียกกันว่าเกิดเหตุ ที่จังหวัดนี้ก็ใช้บริการที่นี่ เป็นต้น ซึ่งอาจจะทำให้บริการไม่ทั่วถึง ในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือในช่วงเทศกาล ซึ่งต่างกับบริษัทประกันภัยที่มีสาขาหรือศูนย์บริการคลอบคลุม อยู่ทุกพื้นที่การให้บริการ จะทำให้ไปถึงที่เกิดเหตุได้รวดเร็วขึ้น

อีกเรื่องที่ถือว่าสำคัญก็คือ จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพซึ่งรวมถึงเรื่องของความรู้ใน ข้อกฎหมายในคดีรถชนกันและมารยาทความเอาใจใส่ในการบริการลูกค้าของพนักงาน เป็นต้น เรื่องพวกนี้ถือว่าเป็นสาระสำคัญในการประกอบธุรกิจของบริษัทประกันภัยให้มีเชื่อเสียงได้ยาวนาน บริษัท เซอร์เวยเยอร์ ต่างๆ บางบริษัทฯมีมาตราฐาน ราคาค่าสำรวจก็จะมาตราฐานไปด้วย แต่ปัจจุบันบริษัทประกันภัย บางบริษัทฯก็ต้องการลดต้นทุน หันไปใช้บริษัท เซอร์เวยเยอร์ที่ไม่มีมาตราฐานมาใช้งาน เพราะค่าบริการถูกแต่ลืมคิดถึงภาพลักษณ์ของบริษัทประกันภัยเอง เพราะเวลาที่ลูกค้าซื้อประกันส่วนมาก ก็จะเจอแต่เซลหรือตัวแทนขายประกันภัย ไม่เคยเจอพนักงานเคลมเลย จะมาเจออีกทีก็ตอนมีอุบัติเหตุหรือตอนแจ้งเคลมนี่หละ ซึ่งถ้าบริษัทประกันภัยไหนมีมาตราฐานในการบริการที่ดี มาถึงที่เกิดเหตุเร็ว ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีกับพวกเราคนใช้รถ เคลมฉ้อฉลปัจจุบัน พวกเราคนใช้รถไม่เคยรู้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว (เบาๆ) ก็คงไม่ใช่เรื่องยากแต่ถ้าเกิดขึ้นหนักๆแล้ว ผู้ที่จะช่วยท่านได้มากที่สุด ก็คือพนักงานเคลมนั่นเอง เพราะอุบัติเหตุที่เสียหายมาก มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย มีคดีอาญาเกิดขึ้นความเสี่ยงจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ขับขี่รถโดยประมาท ตามกฎหมายซึ่งบางบริษัทประกันฯ ก็ทำตรงไปตรงมาบางบริษัทประกันฯ ก็(อาจมี) วิ่งคดีหรือบางบริษัทประกันฯเชี่ยวชาญ มองเกมขาดก็จะแนะนำให้ลูกค้า มีการบรรเทาผลคดี หรือช่วยเหลือคู่กรณีของตน ทางด้านมนุษย์ธรรมเป็นต้น

เคลมฉ้อฉล เกิดขึ้นได้กับพนักงานเคลมที่เรียกหรือถูกฝ่ายตรงข้าม ท่านเสนอให้สินบน เพื่อเขาจะได้เป็นฝ่ายถูกหรือไม่ก็บวกเพิ่ม ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งก่อนนัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่างๆ ท่านควรตรวจสอบกับผู้บริหารของบริษัทประกันภัยให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง อย่าลืมโทรศัพท์เข้าไปสอบถามด้วยตนเองกับ ฝ่ายตรวจสอบของบริษัทประกันภัยหรือผู้จัดการสินไหมฯก็ได้ครับ ท่านจะได้รู้ว่าถูกใครเป็นผู้เอาเปรียบท่านกันแน่ บางครั้งบริษัทประกันฯอาจเอาเปรียบท่าน ก็ควรเจรากันใหม่ ให้ยุติถ้าไม่ยุติหรือเห็นว่าไม่ยุติธรรมก็ให้ติดต่อสายด่วน กรมการประกันภัยได้ ที่เบอร์ 1186

ตัวแทนต้องมีใบอนุญาต


ทาง คปภ.ออกกฎมาแล้วครับว่า คนขายประกันภัยต้องมีบัตรตัวแทนและนายหน้า บทลงโทษ สำหรับคนที่ไม่มีบัตรตัวแทนและนายหน้า

“มาตรา ๖๖ ให้ตัวแทนประกันวินาศภัยมีสิทธิรับเบี้ยประกันภัยในนามของบริษัทตัวแทนประกันวินาศภัยอาจทำสัญญาประกันภัยในนามของบริษัทได้เมื่อได้รับหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน อาจรับเบี้ยประกันภัยในนามของบริษัทได้เมื่อได้รับหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทหนังสือมอบอำนาจของบริษัทตามวรรคสองและวรรคสามให้ทำตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดหนังสือมอบอำนาจของบริษัท แม้มิได้ทำตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดก็ไม่เป็นเหตุให้เสื่อมสิทธิของผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง”

มาตรา ๖๖/๒ นายหน้าประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจ
จากบริษัททุกครั้งที่มีการรับเบี้ยประกันภัยในนามของบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทต้องออกเอกสารแสดงการรับเงินของบริษัททุกครั้งที่มีการรับเบี้ยประกันภัยในนามของบริษัท ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่พนักงานของบริษัทซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับเบี้ยประกันภัย ณ.สำนักงานของบริษัท”

“มาตรา ๗๒ ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยและใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย
ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต
ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุโดยผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องมีหนังสือรับรองว่าผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกำหนดถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งได้ต่ออายุใบอนุญาตครบสองคราวติดต่อกันแล้วและได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ใบอนุญาตที่ออกให้ต่อไปมีอายุครั้งละห้าปีการขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด”

“มาตรา ๑๐๐ ตัวแทนประกันวินาศภัยผู้ใดทำสัญญาประกันภัยโดยไม่ได้รับมอบอำนาจ เป็นหนังสือจากบริษัทตามมาตรา ๖๖ วรรคสอง หรือนายหน้าประกันวินาศภัย หรือพนักงานของบริษัทผู้ใดรับเบี้ยประกันภัยโดยไม่ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัทตามมาตรา ๖๖ วรรคสามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

มาตรา ๑๐๐/๒ นายหน้าประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๖/๒
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาทถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือผู้เอาประกันภัยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การประชุมออนไลน์

บริษัทมิตรแท้ประกันภัยได้มีระบบห้องประชุมออนไลน์ เพื่อให้ตัวแทนที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประชุมฟังการบรรยายที่บริษัท ทำให้ตัวแทนได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นในการฟังบรรยายข้อมูลธุรกิจ และเชิญผู้ที่สนใจธุรกิจมาฟังบรรยายผ่านห้องประชุมด้วยก็ได้ การขยายงานก็จะมีช่องทางทำงานที่ผู้มุ่งหวังจตัดสินใจมาฟังข้อมูลธุรกิจกับเรา






   ทีมงานที่ต้องการโปรแกรมประชุมออนไลน์ ติดต่อได้ที่ คุณทวี   โทร 0817159791
อีเมล taweeweb@gmail.com 



การทำงานของตัวแทน


เมื่อสมัครตัวแทนและมีรหัสตัวแทนมิตรแท้ประกันภัยแล้ว เริ่มต้นการทำงาน


1.ต้องวางค้ำ พ.ร.บ รถยนต์ขั้นต่ำ 1 ฉบับ   ฉบับละ 1,000บาท เงินวางค้ำบริษัทจะคืนให้เมื่อเลิกเป็นตัวแทน โดยโอนเงินวางค้ำเข้าบัญชีบริษัทมิตรแท้ประกันภัย แล้วส่งหลักฐานการวางค้ำไปให้สำนักงานตัวแทนที่ใช้บริการอยู่ ทางสำนักงานจะส่ง พ.ร.บ รถยนต์ให้กับท่านและพร้อมเขียนพ.ร.บ ได้ทันที


2.การวางค้ำ พ.ร.บ รถยนต์  เพื่อจะได้เขียน พ.ร.บ ให้กับลูกค้าได้ทันทีเพื่อนำไปต่อทะเบียน หากท่านต้องการมี พ.ร.บ รถยนต์ไว้เขียน 2 ฉบับ (2คัน) ก็ต้องวางค้ำ 2,000 บาท เมื่อเขียน พ.ร.บ ให้กับลูกค้าแล้ว ส่งสำเนา พ.ร.บ ที่เขียนพร้อมหลักฐานการชำระเงินเบี้ย พ.ร.บ ราคาตัวแทนให้กับสำนักที่ใช้บริการอยู่  ทางสำนักงานจะส่ง พ.ร.บฉบับใหม่ไปให้แทนฉบับที่ขายไป โดยไม่ต้องวางค้ำอีก


3.ประกันภัยประเภทอื่นไม่ต้องวางค้ำ


4.ตัวแทนแจ้งงานประกันภัยได้ที่สำนักงานตัวแทนที่ใช้บริการได้ โดยผู้แนะนำจะแจ้งให้ทราบใช้สำนักงานที่ไหน


5.การแจ้งงานประกันภัย สามารถแจ้งงาน ทางอีเมล์ แฟ็กซ์  หรือแจ้งงานด้วยตนเอง


6.การแจ้งงานประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และประเภทอื่น ตัวแทนยังไม่ต้องชำระเงินให้กับบริษัท เนื่องจากเป็นตัวแทนบริษัทมิตรแท้ประกันภัยโดยตรง ทางบริษัทจะออกกรมธรรม์ให้กับตัวแทนก่อน เมื่อตัวแทนนำกรมธรรม์ไปมอบให้กับลูกค้าแล้ว หักคอมมิชชั่นเป็นรายได้ทันที ส่งเบี้ยประกันภัยราคาตัวแทนให้กับบริษัทมิตรแท้ประกันภัย ผ่านทางธนาคาร เทสโก้โลตัส เซเว่นอีเลฟเว่น บัตรเครดิต ธนาคารออนไลน์


7.เมื่อแจ้งกรมธรรม์แล้วตัวแทนจะทราบหมายเลขกรมธรรม์ทันที เพื่อเป็นการสร้างความเชื่ิอมั่นให้กับลูกค้า ตัวแทนติดต่อทางบริษัทมิตรแท้ประกันภัยให้ลูกค้าสอบถามว่า รถยนต์ของลูกค้าที่ทำประกันภัยตามหมายเลขกรมธรรม์ที่ตัวแทนแจ้ง ได้รับการคุ้มครองหรือยังก่อนที่ลูกค้าจะชำระเงินเบี้ยประกันภัย


8.ตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย ต้องสอบใบอนุญาตเพื่อเป็นตัวแทนถูกต้องตามกฎหมาย






   สอบถามเพิ่มเติม คุณ ทวี   0817159791

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความเสียหายส่วนแรกคืออะไร


ความเสียหายส่วนแรก ( Deductible / Excess ) หมายถึง จํานวนเงินส่วนแรกของความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยตกลงจะรับผิดชอบเอง เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นในแต่ละครั้ง ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย ดังนี้


1.  ความเสียหายส่วนแรก สําหรับความเสียหายต่อรถยนต์ คันเอาประกันภัย
  • 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 100% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก
  •  สวนเกิน 5,000 บาท ลดเบี้ยอีก 10% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก


2.  ความเสียหายส่วนแรก สําหรับความเสียหายต่อรถจักรยานยนต์
  • 1,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 100% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก
  • สวนเกิน 1,000 บาท ลดเบี้ยอีก 20% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก


3.  ความเสียหายส่วนแรก สําหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 10% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก
  • สวนเกิน 5,000 บาท ลดเบี้ยอีก 1% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

                                   ความเสียหายส่วนแรก

การใช้รถที่ประกันภัยยกเว้นการคุ้มครอง


1. การใช้รถนอกอาณาเขตที่คุ้มครอง ในที่นี้หมายถึง นอกประเทศไทย แต่สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่ได้เมื่อนำไปใช้ใน พม่า กัมพูชา ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน โดยอัตราเบี้ยเพิ่มขึ้นเดือนละ 5% ของอัตราเบี้ยประกันภัยเต็มปี แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันภัยเต็มปี
2. ใช้รถในทางผิดกฏหมาย เช่น นำไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือขนยา "คำว่าใช้ในทางผิดกฏหมาย" หมายถึง "การใช้รถเพื่อประโยชน์ในการกระทำผิดกฏหมายโดยตรง" เช่น การนำรถไปขนของหนีภาษี (ไม่รวมการขับรถผิดกฏหมายจราจร เช่น ฝ่าไฟแดง ขับรถเร็ว)
3. การใช้รถในการแข่งขัน จากที่กล่าวมาว่าขับรถเร็วนั้นผิดกฏหมายจราจร แต่การใช้รถเพื่อการแข่งขันจะยกเว้นความคุ้มครอง เพราะความเสี่ยงมีสูงมากขึ้น
4. การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงนั้นได้ประกันภัยไว้กับบริษัหรือ เป็นรถลากจูงโดยสภาพหรือมีระยะห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน(รถพ่วง)
5. การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้รับมอบหมายให้มีการซ่อม ในบางครั้งเมื่อรถซ่อมเสร็จแล้ว อู่จะทำการทดลอง แต่ได้ประสบอุบัติเหตุเกิดความเสียหาย บริษัทจะไม่รับผิดชอบชดใช้ เว้นแต่การซ่อมที่บริษัทเป็นผู้สั่งหรือให้ความยินยอม
6. การขับขี่โดยบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือเคยได้รับแต่ถูกตัดสิทธิตามกฏหมาย
7. การขับขี่ในขณะที่อยู่ในสภาพมึนเมา (อัตราแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 150 มิลลิกรัม%
8. ความรับผิดซึ่งเกิดขึ้นจากสัญญาที่ผู้เอาประกันภัยทำขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีสัญญานั้นแล้วความรับผิดของผู้เอาประกันภัยจะไม่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การที่ผู้เอาประกันภัยไปตกลงชดใช้ค่าเสียหายกับคู่กรณีเอง ทั้งๆ ที่ไม่คำนึงถึงว่าตนนั้นเป็นฝ่ายผิดถูกหรือไม่ ทั้งๆ ที่ตนเป็นฝ่ายถูก และไม่แจ้งให้ทางบริษัททราบ บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการชดใช้ให้คู่กรณี

รหัสจดทะเบียนรถยนต์


  • รย. 1     รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน  Sedan (Not more than 7 Pass.)
  • รย. 2     รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน   Microbus & Passenger Van
  • รย. 3     รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล   Van & Pick Up
  • รย. 4     รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล    Motortricycle
  • รย. 5     รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด  Interprovincial Taxi
  • รย. 6     รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน   Urban Taxi
  • รย. 7     รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง  Fixed Rou
  • รย. 8     รถยนต์รับจ้างสามล้อ   Motortricycle Taxi (Tuk Tuk)
  • รย. 9     รถยนต์บริการธุรกิจ   Hotel Tax
  • รย.10    รถยนต์บริการทัศนาจร Tour Taxi
  • รย.11    รถยนต์บริการให้เช่า  Car For Hire
  • รย.12    รถจักรยานยนต์   Motorcycle
  • รย.13    รถแทรกเตอร์   Tractor
  • รย.14    รถบดถนน  Road Roller
  • รย.15    รถใช้งานเกษตรกรรม   Farm Vehicle
  • รย.16    รถพ่วง   Automobile Trailer
  • รย.17    รถจักรยานยนต์สาธารณะ   Public Motorcycle

                                 


    
















                                      


    


                                        


    


                          

  

                              

  

                                

  

                              

  

                                

  

มิตรแท้ประกันภัย ฟรีแฟรนไชส์

  บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีความมั่นคง ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 1,500 ล้านบาท เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่วันที่ ...